คุยกับคนในบ้านที่เล่นหวยออนไลน์ ประโยคที่ใช้ได้จริง และประโยคที่ทำให้แย่ลง

ฉันคุยกับน้องชายผิดทุกข้อในครั้งแรก บทความนี้คือสิ่งที่ฉันเรียนรู้จากครั้งที่สอง และจากครอบครัวกว่าร้อยบ้านที่เขียนมาเล่าหลังจากนั้น

ถ้วยชาสองใบวางตรงข้ามกันบนโต๊ะไม้ริมหน้าต่างตอนเช้า มีแสงแดดอ่อนและผ้าปูโต๊ะสีชมพูอ่อน ไม่มีคน

เป้าหมายของบทสนทนาแรกไม่ใช่การให้เขาเลิก

ครอบครัวส่วนใหญ่เข้าสู่บทสนทนาแรกด้วยเป้าหมายเดียวคือให้เขาเลิกเล่น เว็บหวยออนไลน์ และออกมาด้วยคำสัญญาที่ไม่มีความหมาย เป้าหมายที่ใช้ได้จริงเล็กกว่านั้นมาก คือให้เขารู้ว่าคุณรู้ ให้เขารู้ว่าคุณไม่ได้มาด่า และให้เขาตกลงนับตัวเลขด้วยกัน แค่นั้น

ทำไมต้องเล็ก

เพราะคนที่ถูกจับได้จะป้องกันตัวก่อน และคนที่ป้องกันตัวจะสัญญาอะไรก็ได้เพื่อจบบทสนทนา เป้าหมายเล็กทำให้เขาไม่ต้องป้องกัน และบทสนทนาที่สองจึงเกิดขึ้นได้

สิ่งที่ฉันทำผิดในครั้งแรก

ฉันเริ่มด้วยตัวเลขที่ฉันรู้ ตามด้วยน้ำตาของแม่ และจบด้วยคำถามว่าจะเลิกไหม เขาตอบว่าเลิก ฉันเชื่อ และหนี้เพิ่มอีกสี่หมื่นในสองเดือนถัดมาโดยฉันไม่รู้เลย เพราะเขาเรียนรู้ว่าบอกฉันแล้วได้อะไร

เวลาและสถานที่ที่ทำให้บทสนทนาเป็นไปได้

หลีกเลี่ยงเพราะเลือกแทน
ทันทีหลังเขาเสียเขากำลังด่าตัวเองอยู่แล้ว คำของคุณจะเป็นแค่เสียงเพิ่มวันถัดไป
ดึกหลังเที่ยงคืนทุกคนเหนื่อย และเป็นเวลาที่เขาอยากแทงมากที่สุดเช้าวันหยุดหลังกินข้าว
ต่อหน้าคนอื่นเขาจะป้องกันหน้าตาก่อนป้องกันเงินสองคน ในที่ที่เดินออกได้
ในรถออกไม่ได้ กลายเป็นการกักขังโต๊ะกินข้าว หรือระเบียง
ผ่านข้อความไม่เห็นหน้า อ่านผิดได้ทุกคำต่อหน้า หรือโทรถ้าอยู่คนละที่

สัญญาณว่าวันนี้ไม่ใช่วัน

เขาเพิ่งดูโทรศัพท์แล้วหน้าเปลี่ยน มีคนอื่นกำลังจะกลับบ้าน หรือคุณเองโกรธจนมือสั่น ทั้งสามอย่างคือเหตุให้เลื่อน การเลื่อนหนึ่งวันไม่ทำให้อะไรแย่ลงเท่าบทสนทนาที่พังแล้วต้องรอสามเดือนกว่าจะคุยใหม่ได้

ประโยคเปิด สามแบบที่ใช้ได้ และสามแบบที่ใช้ไม่ได้

ใช้ไม่ได้เธอเล่นหวยอีกแล้วใช่ไหม
ใช้ไม่ได้รู้ไหมว่าแม่เป็นทุกข์แค่ไหน
ใช้ไม่ได้ถ้าไม่เลิก ฉันจะไม่ช่วยอะไรอีก
ใช้ได้พี่เห็นรายการในบัญชี และพี่กลัว พี่ไม่ได้มาด่า
ใช้ได้ช่วงนี้เห็นเธอดูโทรศัพท์ตอนหัวค่ำทุกวัน พี่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จะได้ไม่ต้องเดา
ใช้ได้พี่ไม่รู้ตัวเลขจริง และไม่อยากเดา เรานับด้วยกันได้ไหม

โครงสร้างของประโยคที่ใช้ได้

สิ่งที่คุณเห็น สิ่งที่คุณรู้สึก และคำขอเดียวที่เล็กและชัด ไม่มีคำถามที่มีคำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ เพราะคำตอบว่าไม่ใช่ปิดทุกอย่าง และไม่มีคนที่สามในประโยค เพราะน้ำตาของแม่คือน้ำหนักที่เขาแบกอยู่แล้ว

ฟังอย่างไรเมื่อเขาเริ่มพูด

ถ้าประโยคเปิดได้ผล เขาจะพูด และสิ่งที่พูดออกมาส่วนใหญ่จะเป็นข้อแก้ตัว เรื่องเล่าว่าเกือบถูก แผนที่จะเอาคืน หรือความโกรธ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณต้องฟังโดยไม่แก้ เพราะการแก้ในนาทีนั้นคือการบอกว่าคุณไม่ได้ฟัง

สิ่งที่ทำได้ระหว่างฟัง

ทวนสิ่งที่เขาพูดด้วยคำของคุณ ถามว่าแล้วตอนนั้นรู้สึกอย่างไร และเงียบให้เป็น ความเงียบสามวินาทีหลังเขาพูดจบมักได้ประโยคที่จริงที่สุดของบทสนทนา

สิ่งที่ห้ามทำระหว่างฟัง

แก้ตัวเลขที่เขาบอกทันที บอกว่าเคยเตือนแล้ว และดูโทรศัพท์ตัวเอง สามอย่างนี้จบบทสนทนาโดยที่คุณไม่รู้ตัว

ถ้าเขาพูดยาว ปล่อยให้ยาว บทสนทนาแรกที่เขาพูดมากกว่าคุณคือบทสนทนาที่สำเร็จ ไม่ว่าจะจบด้วยข้อตกลงหรือไม่

บทสนทนาตัวอย่างสามแบบ ตามคนที่คุณกำลังคุยด้วย

คำที่ใช้กับลูกชายวัยยี่สิบต่างจากคำที่ใช้กับสามีวัยห้าสิบ และต่างจากคำที่ใช้กับพ่อวัยเกษียณ โครงสร้างเหมือนกัน แต่น้ำหนักต่างกัน

กับลูกที่ยังอยู่บ้าน

เปิดแม่เห็นว่าเดือนนี้ขอเงินแม่สามครั้งด้วยเรื่องต่างกัน แม่ไม่ได้จะว่า แม่อยากรู้ว่าเงินไปไหน เพราะแม่กลัวว่าจะช่วยผิดทาง
ถ้าเขาเงียบแม่รอได้ พรุ่งนี้ก็ได้ แต่แม่จะไม่ให้เงินเพิ่มจนกว่าเราจะนับด้วยกันนะ ไม่ใช่การลงโทษ แม่แค่ต้องรู้

กับลูก น้ำหนักอยู่ที่ประโยคสุดท้าย คือการหยุดให้เงินโดยไม่โกรธ เด็กที่รู้ว่าแหล่งเงินปิดแล้วจะมาคุยเร็วกว่าเด็กที่ถูกด่าแต่ยังได้เงิน

กับคู่สมรส

เปิดฉันดูบัญชีร่วมแล้วเห็นรายการที่ไม่รู้จัก ฉันไม่อยากเดา และไม่อยากทะเลาะ ฉันอยากให้เราเปิดดูด้วยกันตอนนี้ แล้วค่อยคุยว่าจะทำอย่างไร

กับคู่สมรส น้ำหนักอยู่ที่คำว่าเรา เงินร่วมทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของทั้งคู่โดยอัตโนมัติ และการเปิดบัญชีดูด้วยกันในนาทีนั้นดีกว่าการขอให้เขาอธิบาย

กับพ่อแม่ที่เล่น

เปิดพ่อ หนูเห็นข้อความจากเว็บเข้าโทรศัพท์พ่อบ่อย หนูไม่ได้ห้าม พ่อเป็นผู้ใหญ่ แต่หนูอยากรู้ว่าเดือนหนึ่งใช้เท่าไหร่ เพราะหนูวางแผนเรื่องค่ารักษาของพ่อกับแม่อยู่

กับผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า น้ำหนักอยู่ที่การไม่ทำให้เขาเป็นเด็ก และผูกเรื่องเงินกับสิ่งที่เขาห่วง เช่นค่ารักษาหรือหลาน ไม่ใช่กับความผิดของเขา

จากคำพูดสู่ตัวเลข ขั้นตอนที่ทำให้บทสนทนามีผล

บทสนทนาที่ไม่จบด้วยตัวเลขบนกระดาษเป็นบทสนทนาที่จะต้องคุยใหม่ เมื่อเขาตกลงนับด้วยกัน ให้ทำทันทีในวันนั้นถ้าเป็นไปได้

ขั้นตอนการนับ
  • เปิดหน้าประวัติในเว็บ ไม่ใช่ถามความจำ ย้อนสามเดือน
  • เขาเป็นคนอ่านตัวเลข คุณเป็นคนเขียน หรือสลับกัน แต่ต้องมีลายมือเขาบนกระดาษ
  • ฝากรวม ถอนรวม ส่วนต่าง ต่อเดือน ต่อปี ห้าตัวเลขเท่านั้น
  • ไม่พูดอะไรหลังตัวเลขสุดท้าย ให้เขาพูดก่อน

สิ่งที่มักเกิด

ความเงียบยาว แล้วคำถามว่าจะทำอย่างไร นั่นคือประตูที่เปิด และคำตอบของคุณไม่ควรเป็นแผนทั้งหมด ควรเป็นขั้นแรกขั้นเดียว คือบัญชีแยก

ข้อตกลงแรก เล็ก ชัด มีวันหมดอายุ

ข้อตกลงที่ดีในบทสนทนาแรกมีข้อเดียว และตรวจสอบได้ ที่บ้านฉันคือน้องชายเปิดบัญชีแยกไม่มีบัตรภายในสัปดาห์นั้น และเงินส่วนตัวทั้งหมดรวมค่าหวยเข้าบัญชีนั้นเดือนละครั้ง ไม่มีคำว่าเลิกในข้อตกลง

ทำไมไม่มีคำว่าเลิก

เพราะคำว่าเลิกที่พูดในนาทีที่มีอารมณ์ไม่มีน้ำหนัก และเมื่อเขาเล่นอีก เขาจะต้องซ่อนเพราะผิดสัญญา ข้อตกลงเรื่องบัญชีไม่ทำให้เขาต้องซ่อนอะไร และเมื่อยอดในบัญชีแยกหมด เขาเป็นคนเห็นเอง

วันหมดอายุ

นัดทบทวนในสามเดือน ถ้าอยู่ในงบ ให้เขาเสนอเองว่าจะปรับอะไร ถ้าไม่อยู่ ค่อยคุยเรื่องขั้นที่สอง เช่นถือรหัสบัญชีหลักให้ หรือโทร 1323 ด้วยกัน การมีวันหมดอายุทำให้เขาไม่รู้สึกว่าถูกคุมตลอดไป

เมื่อเขาทำผิดข้อตกลง บทสนทนาที่สอง

เกือบทุกบ้านจะมีวันนี้ และวิธีที่คุณรับมือกับมันกำหนดว่าจะมีบทสนทนาที่สามหรือไม่ ถ้าคุณระเบิด เขาจะซ่อนครั้งต่อไป ถ้าคุณเฉย เขาจะคิดว่าข้อตกลงไม่มีความหมาย

สิ่งที่ฉันพูดครั้งนั้นพี่เห็นว่าเดือนนี้เกิน พี่ไม่ได้โกรธ พี่อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นวันไหน เราจะได้เห็นว่าอะไรทำให้เกิน

ค้นหาเหตุ ไม่ใช่ความผิด

เกินเพราะอะไร วันไหน หลังเหตุการณ์อะไร ส่วนใหญ่เป็นวันที่แย่ในเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องหวย และการเห็นแบบแผนนี้ด้วยกันมีค่ากว่าการลงโทษ

ปรับข้อตกลง ไม่ใช่เพิ่มกฎ

ถ้าเกินเพราะเติมเงินจากบัญชีหลักได้ ให้คุยเรื่องถือรหัสร่วม ถ้าเกินเพราะกลุ่มเลข ให้คุยเรื่องออกจากกลุ่ม ปรับหนึ่งอย่างต่อครั้ง ทุกกฎที่เพิ่มเข้ามาต้องอาศัยความตั้งใจเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่เพิ่งพิสูจน์ว่าไม่พอ

คำที่ควรตัดออกจากบทสนทนา และคำที่ควรใช้แทน

ตัดออกเพราะใช้แทน
ติด เสพติด คนติดหวยเป็นคำวินิจฉัย เขาจะเถียงเรื่องคำแทนเรื่องเงินช่วงนี้ เรื่องนี้ ยอดนี้
อีกแล้ว ทุกที ตลอดรวมทุกครั้งในอดีตเข้ามาในคืนเดียวเดือนนี้ ครั้งนี้
ทำไมเรียกร้องคำอธิบายที่เขาไม่มีเกิดอะไรขึ้นวันนั้น
สัญญานะได้คำสัญญาที่ไม่มีน้ำหนัก และสร้างเหตุให้ซ่อนเมื่อผิดลองแบบนี้สามเดือนดูไหม
ถ้าไม่เลิก ฉันจะคำขู่ที่คุณอาจไม่ทำจริง และเขารู้ฉันจะไม่ให้เงินเพิ่ม และฉันยังอยู่ตรงนี้
คนอื่นเขาเปรียบเทียบ ทำให้อาย ทำให้ปิดบ้านเรา

ประโยคเดียวที่ควรพูดทุกครั้ง

ฉันจะไม่ให้เงินเพิ่ม และฉันยังอยู่ตรงนี้ ประโยคนี้บอกสองอย่างพร้อมกันที่คนเล่นต้องได้ยิน คือประตูเงินปิด และประตูคนไม่ปิด บ้านส่วนใหญ่พูดได้อย่างเดียว บ้านที่พูดได้ทั้งสองอย่างคือบ้านที่เขากลับมาคุยด้วย

เมื่อคุณพูดผิดไปแล้ว

ทุกคนพูดผิด ฉันพูดผิดทั้งคืนแรก สิ่งที่ทำได้คือกลับมาในวันถัดไปและพูดว่าเมื่อคืนพี่พูดแรงไป พี่กลัว พี่ขอเริ่มใหม่ การขอเริ่มใหม่ไม่ทำให้คุณอ่อนแอ มันสอนเขาว่าการยอมรับผิดทำได้ในบ้านนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาต้องทำในอีกไม่นาน

สิ่งที่คาดหวังได้ในสามเดือนแรก

ครอบครัวมักคาดหวังว่าบทสนทนาดีหนึ่งครั้งจะเปลี่ยนทุกอย่าง ความจริงที่ฉันเห็นจากบ้านของตัวเองและบ้านที่เขียนมาคือสามเดือนแรกเป็นแบบนี้

ช่วงสิ่งที่มักเกิดสิ่งที่คุณควรทำ
สัปดาห์ 1 ถึง 2เขาทำตามข้อตกลงดีเกินจริงไม่ชม ไม่คาดหวัง แค่สังเกต
สัปดาห์ 3 ถึง 5เกินงบครั้งแรก มักซ่อนบทสนทนาที่สอง ไม่ระเบิด ปิดช่อง
เดือน 2เริ่มพูดถึงเรื่องอื่นได้ ความตึงลดทบทวนสิ้นเดือนตามนัด ไม่ข้าม
เดือน 3ทบทวนข้อตกลง เขาอาจเสนอเองให้เขาเสนอ ฟัง คืนบางอย่างถ้าอยู่ในกรอบ

สิ่งที่ไม่ควรวัด

อย่าวัดว่าเขาเลิกหรือยัง วัดว่าเงินบ้านปลอดภัยหรือไม่ วัดว่าตัวเลขเห็นได้หรือไม่ และวัดว่าเขายังมาคุยด้วยหรือไม่ สามอย่างนี้คือสิ่งที่บทสนทนาควบคุมได้ การเลิกไม่ใช่

เมื่อบทสนทนาในบ้านไม่พอ

ถ้าคุยสามครั้งแล้วไม่มีข้อตกลงใดอยู่ได้เกินสองสัปดาห์ หรือถ้าเขาพูดถึงการไม่อยากอยู่ บทสนทนาในบ้านไม่พอแล้ว และนั่นไม่ใช่ความล้มเหลวของคุณ สายด่วน 1323 รับสายจากครอบครัวด้วย โทรไปเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นและถามว่าควรทำอย่างไร คนปลายสายเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก และไม่ตัดสินใคร

ชวนเขาโทรด้วยกัน

ไม่ใช่สั่งให้เขาโทร แต่บอกว่าคุณจะโทรเพื่อตัวเองเพราะเหนื่อย และถามว่าเขาอยากนั่งฟังด้วยไหม น้องชายฉันนั่งฟังครั้งแรก และโทรเองในครั้งที่สาม

คนอื่นในบ้าน ใครควรรู้ และรู้แค่ไหน

คุณไม่ควรแบกคนเดียว แต่ผู้เล่นไม่ควรถูกประกาศ ทางสายกลางคือตกลงกับเขาว่าจะมีใครรู้อีกหนึ่งถึงสองคน และคนเหล่านั้นตกลงกฎเดียวกันคือไม่ให้เงินเพิ่มไม่ว่าจะขอด้วยเหตุผลใด

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุด แม่ที่ให้เงินแอบๆ

แม่ที่ให้เงินแอบๆ ที่บ้านฉันคือแม่ และเป็นเรื่องที่ยากที่สุดกว่าการคุยกับน้องชายเสียอีก แม่ไม่ได้ทำร้ายเขาโดยตั้งใจ แม่ทนเห็นเขาลำบากไม่ได้ สิ่งที่ได้ผลคือให้แม่เป็นคนถือรหัสบัญชีของเขาแทนการเป็นคนให้เงิน เปลี่ยนบทบาทจากแหล่งเงินเป็นผู้ดูแล

บ้านที่มีคนรู้สองคนและทั้งสองไม่ให้เงินเพิ่ม คือบ้านที่ระบบอยู่ได้ บ้านที่มีคนรู้สิบคนและหนึ่งคนยังให้ คือบ้านที่ระบบรั่ว จำนวนคนไม่สำคัญเท่ากฎเดียวที่ทุกคนถือ

คำถามเรื่องการคุยที่ครอบครัวถามบ่อย

ถ้าเขาโกหกเรื่องตัวเลขตอนนับด้วยกัน

อย่าจับผิดตอนนั้น ขอดูหน้าประวัติในเว็บโดยตรงแทนการถาม ตัวเลขในระบบเถียงไม่ได้ และถ้าเขาไม่ให้ดู ให้บอกว่าคุณเข้าใจว่ายังไม่พร้อม แล้วนัดคุยใหม่อีกสามวัน การกดดันในนาทีนั้นทำให้เขาปิดทั้งหมด

เขาบอกว่าเลิกแล้วทุกครั้ง แต่ไม่จริง

คำสัญญาว่าเลิกในบทสนทนาที่มีอารมณ์ไม่มีความหมาย และไม่ใช่การโกหกในความรู้สึกของเขาตอนพูด เปลี่ยนจากขอคำสัญญาเป็นขอระบบ เช่นบัญชีแยกและการส่งภาพประวัติทุกสิ้นเดือน ระบบตรวจสอบได้ คำสัญญาไม่ได้

ควรให้คนอื่นในครอบครัวรู้ด้วยไหม

ควรมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่รู้นอกจากคุณ เพื่อไม่ให้คุณแบกคนเดียว แต่ตกลงกับผู้เล่นก่อนว่าจะบอกใคร การประกาศให้ทุกคนรู้โดยเขาไม่ยินยอมทำให้เขาซ่อน และคนที่รู้ควรตกลงกฎเดียวกันคือไม่ให้เงินเพิ่ม

ถ้าเขาโมโหและเดินออกไป

ให้เขาไป และอย่าตามไปคุยต่อในคืนนั้น ส่งข้อความสั้นว่าคุณยังอยู่และพร้อมคุยเมื่อเขาพร้อม บทสนทนาที่จบด้วยการเดินออกไม่ใช่ความล้มเหลว เป็นบทสนทนาที่หนึ่ง และครั้งที่สองมักดีกว่า

หมายเหตุจากผู้เขียน: เนื้อหานี้เขียนจากประสบการณ์ในครอบครัวและงานบัญชี ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือกฎหมาย ไม่ใช่การชักชวนให้เล่นหวย และสำหรับผู้อ่านอายุ 20 ปีขึ้นไป เว็บหวยออนไลน์เอกชนผิดกฎหมายไทย สลากที่ถูกกฎหมายมีเพียงของ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หากคนในบ้านของคุณหยุดไม่ได้ หรือคุณเองเหนื่อยจนไม่รู้จะทำอย่างไร โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง คนในครอบครัวโทรได้เหมือนกัน ไม่ต้องรอให้ผู้เล่นโทรเอง และอ่านแนวทางสำหรับครอบครัวจาก ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน